ตลาดนัดวินเทจ,วิทยุธานินทร์ TF-2222,TANIN TCR-3322,วิทยุTANIN TF-2222,วิทยุธานินทร์ TCR-3322,NAD 3020 series 20,กระป๋องฮอลล์จิ๋ว,ปากกาCROSS 18K,กรมหลวงชุมพรตะโก19,MCINTOSH,RAYBAN,MARANTZ2216,ต๊ะท่าอิฐ

บทความ

ประวัติเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย ธานินทร์ (TANIN)

15-03-2560 04:42:54น.
ประวัติของ ธานินทร์(TANIN)  เครื่องใช้ไฟฟ้าสายพันธุ์ไทยแท้

จุดเริ่มต้นของธานินทร์คือ "นภาวิทยุ" ซึ่งเป็นร้านขายวิทยุร้านเล็ก ตั้งอยู่บริเวณสามแยกเอส. เอ.บี ที่อุดมก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2489 ถัดจากนั้นสามปีให้หลังก็ย้ายมาอยู่ตรงข้างโรงภาพยนตร์เฉลิมกรุง ในชื่อใหม่ว่า "ธานินทร์วิทยุ" ด้วยพนักงานเริ่มแรกเพียงเจ็ดคนบวกกับความตั้งใจแน่วแน่ ร้านขายวิทยุเล็ก ๆ แห่งนี้ก็ได้เจริญก้าวหน้าจนขยับขยายกิจการขึ้นไปเป็นผู้ประกอบวิทยุออก จำหน่ายเสียเอง ภายใต้ยี่ห้อ "ซิลเวอร์" เมื่อปี 2499 ซึ่งก็ขายดิบขายดีจนต้องเปลี่ยนยี่ห้อใหม่มาเป็น "ธานินทร์" เพื่อหนีการลอกเลียนแบบ

ปี 2505 ธานินทร์ก้าวกระโดดครั้งใหญ่เมื่ออุดมและน้อง ๆ คือ อรรณพ อนันต์ และอเนก ระดมทุนแปรสภาพกิจการเป็นบริษัทจำกัดในชื่อ "ธานินทร์อุตสาหกรรม" ด้วยทุนจดทะเบียนครั้งแรก สามล้านบาท พร้อมกับซื้อที่ดินก่อสร้างโรงงานขึ้นที่ซอยอุดมสุข บางนา อันเป็นที่ตั้งของบริษัทจนถึงปัจจุบันนี้ การประกาศตัวว่าเป็นสินค้า "เมดอินไทยแลนด์" ควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้คนไทยใช้สินค้าไทย เป็นวิธีการที่ได้ผลทำให้วิทยุทรานซิสเตอร์ของธานินทร์ประสบความสำเร็จอย่าง น่าพอใจ

พัฒนาการทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติฉบับที่หนึ่ง มีส่วนกระตุ้นให้เกิดความต้องการในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน วิทยุเริ่มกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นในฐานะสื่อที่จะรับรู้ความเคลื่อนไหวของ บ้านเมืองและความบันเทิง

ในตอนนั้นวิทยุที่ใช้กันอยู่ในบ้านเราเป็นวิทยุหลอดที่มีรูปร่างเทอะทะ ใหญ่โตและมีราคาแพง เพราะต้องสั่งเข้ามาจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบลาวฟุ้งท์ เทเลฟุงเก้น กรุนดิก หรือ ยี.อี. ล้วนแต่เป็นวิทยุที่จะพบเห็นได้เฉพาะในเมืองกรุงเท่านั้น เพราะเป็นสิ่งที่เกินฐานะกว่าที่ชาวชนบทจะซื้อหามาใช้ได้

ธานินทร์อาศัยความได้เปรียบทางด้านราคาที่ถูกกว่า เพราะผลิตได้เองในประเทศ มาเป็นจุดแข็งของคนในการขยายตลาด และใช้ความเหนือกว่าทางด้านคุณภาพมาเป็นสิ่งสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้า ในวิทยุทรานซิสเตอร์

"วิทยุที่ IMPORT เข้ามาช่วงนั้นมีข้อเสียตรงที่เวลารับคลื่น เอเอ็มแล้ว ไม่ค่อยชัด ธานินทร์แก้ปัญหาตรงนี้ได้ รับเอเอ็มได้ชัดแจ๋ว สมัยก่อนก็เป็นคลื่นเอเอ็มทั้งนั้น ธานินทร์ก็เลยเหนือกว่าคนอื่น" นักเล่นวิทยุรุ่นเก่ารายหนึ่งเล่าให้ฟัง

นอกเหนือจากราคาที่ถูกกว่า รับฟังได้ชัดเจนกว่าแล้ว ไม้เด็ดอีกอันหนึ่งของธานินทร์คือ การบุกเข้าไปถึงตัวลูกค้า โดยการบรรทุกวิทยุใส่รถตระเวนไปขายตามงานวัดในต่างจังหวัด "คุณอนันต์เป็นเจ้าของไอเดียนี้ แกตระเวนไปกับรถ เดินสายไปทั่วประเทศ เอาวิทยุไปเปิดให้ฟังถึงที่ เป็นการแนะนำธานินทร์ไปในตัว คนไหนอยากจะซื้อแต่เงินไม่พอจะซื้อเงินผ่อนก็ยังได้" แหล่งข่าวรายเดิมเปิดเผย

ปัจจุบัน ธานินทร์ยังใช้วิธีขายแบบนี้อยู่ แต่ทำกันเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น โดยมีรถอยู่ 4 คัน เป็นโชว์รูมและหน่วยขายเคลื่อนที่ไปในตัว มีลูกค้ากลุ่มใหญ่เป็นครูบาอาจารย์ตามโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วกรุง แน่นอนว่า ต้องเป็นการขายในระบบเงินผ่อนเสียเป็นส่วนใหญ่ และเป็นการทดสอบตลาดไปพร้อมกันด้วย

ความเติบใหญ่ของธานินทร์ดูได้จากการขยายกิจการออกไปอย่างกว้างขวาง ขอบข่ายของการผลิตจากที่ผลิตเพียงแต่วิทยุทรานซิสเตอร์ธรรมดาก็เพิ่ม ทีวีขาวดำ ทีวีสี พัดลม หม้อหุงข้าง ฯลฯ จนมี สินค้าเกือบครบวงจร มีบริษัทในเครือเพิ่มขึ้นอีกสี่แห่งคือ ธานินทร์อิเล็กโทรนิคส์ที่เชียงใหม่ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2517 ด้วยทุนจดทะเบียนห้าล้านบาท ทำการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และธานินทร์อินเตอร์เนชั่นแนลที่เกิดขึ้นในปีเดียวกัน เพื่อทำการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อการส่งออก มีทุนจดทะเบียนห้าล้านบาทเช่นเดียวกัน อีกสองบริษัทเกิดขึ้นในปี 2523 ด้วยทุนยี่สิบล้านบาทเท่ากันคือ ธานินทร์คอนเดนเซอร์และธานินทร์การไฟฟ้า

ธานินทร์อุตสาหกรรมซึ่งถือได้ว่าเป็นบริษัทแม่เองก็ได้มีการเพิ่มทุน เพื่อขยายกิจการ จากทุนสามล้านบาทในตอนแรกเพิ่มเป็นยี่สิบล้านบาทในปี 2517 และเป็นสี่สิบล้านบาทในปี 2527

ปี 2526 นับเป็นปีสุดท้ายแห่งความรุ่งเรืองของธานินทร์ก่อนที่จะต้องซวนเซ เพราะถูกรุมกระหน่ำทั้งจากปัญหาภายในและภายนอก ในปีนั้นยอดขายของธานินทร์สูงถึง 800 ล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับสามของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมด

Credit : http://www.eclubthai.com/board/index.php?topic=55112.0